การอ่านเพื่อวิเคราะห์วิจารณ์

ภาษาไทย
มัธยมศึกษาปีที่ 5
สาระที่ ๑ : การอ่าน
มาตรฐาน ท ๑.๑ : ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อนำไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหาในการดำเนินชีวิต และมีนิสัยรักการอ่าน
 ๓. วิเคราะห์และวิจารณ์เรื่องที่อ่านในทุกๆ ด้านอย่างมีเหตุผล
ภาษาไทย
พัชระ บุญวรรณ์
ไฟล์แนบ

การอ่านเพื่อวิเคราะห์และวิจารณ์

การวิเคราะห์  ได้แก่การอ่านเพื่อแยกแยะเรื่องราวของเรื่องนั้น  ว่าประกอบด้วยส่วนย่อยๆ อะไรบ้าง

การวิจารณ์  คือการแสดงความคิดเห็นอย่างมีเหตุผลและมีหลักเกณฑ์
ลักษณะของการวิเคราะห์  มี ๓ ประการ  คือ
     ๑. วิเคระห์หาความสำคัญ
การค้นหาเนื้อแท้  ต้นกำเนิด  สาเหตุ  ผลลัพธ์และความสำคัญของเรื่อง

     ๒. วิเคราะห์หาความสัมพันธ์
หาความสำคัญย่อยๆ ของเรื่องนั้น

     ๓. วิเคราะห์หลักการ
เรื่องนั้นยึดหลักการใด  ใช้เทคนิคใด  เค้าโครงอย่างไร
หลักการวิเคราะห์วิจารณ์จากการอ่าน

 
           ๑.  พิจารณารูปแบบการประพันธ์  ว่าเป็นวรรณกรรมประเภทใด  เช่น  บันเทิงคดีประเภท   สารคดี  นวนิยาย  นิทาน  เรื่องสั้น  หรือเป็นสารคดีประเภทบทความ  ความเรียง  ตำราในสาขา
วิชาต่างๆ  เป็นต้น
           ส่วนร้อยกรองต้องวิเคราะห์ว่ามีลักษณะคำประพันธ์ประเภทใด  เช่น  ถ้าเป็นโคลง
ต้องวิเคราะห์ว่าเป็นโคลงประเภทใด (โคลงกระทู้  โคลงดั้น  โคลงสี่สุภาพ   โคลงสองสุภาพ  
โคลงสามสุภาพ)  นอกจากนี้ผู้วิเคราะห์วิจารณ์จะต้องพิจารณาว่ารูปแบบกับเนื้อหาเหมาะสมกันหรือไม่
           ๒.  ศึกษาประวัติผู้แต่ง  จุดมุ่งหมายในการแต่งและที่มาของเรื่อง  การรู้จักผู้แต่งจะทำให้ผู้อ่านเข้าใจเรื่องที่แต่งชัดเจนยิ่งขึ้น  การอ่านคำนำจะทำให้เข้าใจจุดประสงค์ในการแต่งและที่มาของเรื่อง  แต่ในร้อยกรองผู้แต่งจะบอกจุดประสงค์ในการแต่งไว้ในตอนท้ายเรื่อง
           การศึกษาประวัติผู้แต่งจะทำให้ผู้อ่านทราบว่าผู้แต่งมีความรอบรู้ในเรื่องที่เขียนเพียงใด  สามารถถ่ายทอดความรู้ลงไปในบทประพันธ์นั้นๆ  ได้ถูกต้องเหมาะสมเพียงใด  และจุดมุ่งหมายนั้นสอดคล้องกับวิธีแต่งหรือรูปแบบการแต่งอย่างไร
           ๓.  พิจารณาองค์ประกอบของเรื่องว่าสอดคล้องเหมาะสมกันหรือขัดแย้งกัน  เช่น
การวิเคราะห์ร้อยแก้วประเภทบันเทิงคดี  ต้องวิเคราะห์โครงเรื่อง  ตัวละคร  ฉาก  การดำเนินเรื่อง 
ปมขัดแย้ง  การคลี่คลายเรื่องและการจบเรื่อง  ตลอดจนวิเคราะห์ถึงการแสดงความคิดเห็น
ความสอดคล้องสมเหตุสมผล  พิจารณาเนื้อเรื่องอย่างละเอียดถึงคุณค่า  พฤติกรรมตัวละครเหมาะสมกับเนื้อเรื่อง   การใช้ภาษาเหมาะสมกับระดับบุคคลของบุคคล 
 
           ส่วนร้อยกรองจะพิจารณาถึงรูปแบบคำประพันธ์ว่า  มีรูปแบบที่เหมาะสมกับเนื้อหา  เนื้อหาสาระของเรื่องมีคุณค่าในการสร้างความเพลิดเพลิน  ประเทืองปัญญา  สะเทือนอารมณ์  สะท้อนสังคม  ให้ความรู้  ข้อคิด  คติเตือนใจ  มีความงามด้านวรรณศิลป์  คือ  การใช้ถ้อยคำ  สำนวนโวหารที่ไพเราะ  คมคาย  มีกลวิธีในการสร้างภาพพจน์  การใช้คำ  และเสียงสัมผัสที่ไพเราะ
           ๔.  พิจารณาเนื้อหา  การนำเสนอและพฤติกรรมของตัวละคร  ว่ามีความสอดคล้องกันหรือไม่  สะท้อนภาพชีวิต  สะท้อนสภาพสังคมในสมัยที่แต่งอย่างไร
           ๕.  พิจารณาแก่นเรื่อง  ว่าผู้แต่งตั้งใจที่จะสื่อเรื่องราวเกี่ยวกับอะไร  ผู้แต่งแสดงความคิดเห็น  รสนิยม  และค่านิยมอย่างไร
           ๖.  การวิจารณ์สรุปด้วยความคิดเห็นของผู้วิจารณ์เอง  โดยยกข้อดีให้เห็นก่อนว่าดีอย่างไร  แล้วจึงยกข้อบกพร่องว่าบกพร่องอย่างไร  จะแก้ไขอย่างไร  การวิจารณ์ควรเป็นไปอย่างสร้างสรรค์  เป็นธรรมมีใจเป็นกลางไม่มีอคติ  แล้วประเมินคุณค่าในภาพรวมว่าวรรณคดีหรือวรรณกรรมที่วิจารณ์นั้นมีคุณค่าควรแก่การอ่านหรือควรค่าแก่การศึกษาอย่างไร  ผู้อ่านสามารถนำคุณค่าที่ได้รับไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างไร
           วรรณกรรมบางเรื่องอาจมีคุณสมบัติที่ไม่ครบถ้วนตามหลักดังกล่าว  ผู้อ่านสามารถวิจารณ์ทั้งจุดเด่นและจุดด้อยได้เต็มที่  ส่วนวรรณคดีที่มีผู้วิจารณ์มาแล้วและตัดสินแล้วว่าแต่งดี  ผู้วิจารณ์อาจ
เห็นพ้องด้วยหรือไม่ก็ได้  แต่ทั้งนี้ผู้วิจารณ์ต้องชี้ให้เห็นว่าดีเด่น  หรือบกพร่องอย่างไร

0    0